พระคัมภีรEาษาไทยฉบับ KJV
King James Version Thai Bible

โรม / Romans 8

โรม / Romans

Return to Index

Chapter 9

1

ข้าพเจ้าพูดตามความจริงในพระคริสตEข้าพเจ้าไม่ได้มุสา ใจสำนึกผิดชอบของข้าพเจ้าเป็นพยานฝ่ายข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณบริสุทธิE้วย

2

ว่า ข้าพเจ้ามีความทุกขEนักและเสียใจเสมอมิได้ขาด

3

เพราะว่าข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาปให้ตัดขาดจากพระคริสตEเพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้า คือญาติของข้าพเจ้าตามเนื้อหนัง

4

พวกเขาเป็นคนอิสราเอล ได้รับการทรงให้เป็นบุตรของพระเจ้าและสง่าราศี และบรรดาพันธสัญญา และการทรงประทานพระราชบัญญัติ และการปรนนิบัติพระเจ้าและพระสัญญาทั้งหลาย

5

ทั้งบรรพบุรุษก็เป็นของเขาด้วย และพระคริสตE็ได้ทรงถือกำเนิดตามเนื้อหนังในเชื้อชาติของเขา พระองคEู้ทรงอยู่เหนือสารพัด ผู้ซึ่งพระเจ้าจะทรงโปรดอวยพระพรเป็นนิตยEเอเมน

6

แต่มิใช่ว่าพระวจนะของพระเจ้าได้ไร้ประโยชนEป เพราะว่าเขาทั้งหลายที่เกิดมาจากอิสราเอลนั้นหาได้เป็นคนอิสราเอลแท้ทุกคนไมEP>

7

และมิใช่ว่าทุกคนที่เป็นเชื้อสายของอับราฮัมเป็นบุตรแท้ของท่าน แต่ว่า `เขาจะเรียกเชื้อสายของเจ้าทางสายอิสอัค'

8

คือว่าเขาเหล่านั้นที่เป็นบุตรตามเนื้อหนังจะนับเป็นบุตรของพระเจ้าไม่ไดEแต่บุตรแห่งพระสัญญานั้นจึงจะนับเป็นเชื้อสายไดEP>

9

เพราะพระวจนะแห่งพระสัญญามีว่าดังนีE`คราวนี้เราจะมาและนางซาราหEะมีบุตรชาย'

10

และมิใช่เท่านั้น แต่ว่านางเรเบคาหE็ได้มีครรภEับชายคนหนึ่งด้วย คืออิสอัคบรรพบุรุษของเรา

11

(แม้ก่อนบุตรนั้นบังเกิดมา และยังไม่ได้กระทำดีหรือชั่ว เพื่อพระดำริของพระเจ้าในการทรงเลือกนั้นจะตั้งมั่นคงอยูEไม่ใช่ตามการประพฤติ แต่ตามซึ่งพระองคEรงเรียก)

12

พระองคEึงตรัสแก่นางนั้นว่า `พี่จะปรนนิบัติน้อง'

13

ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า `เราก็ยังรักยาโคบ แต่เราได้เกลียดเอซาว'

14

ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร พระเจ้าไม่ทรงยุติธรรมหรือ ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย

15

เพราะพระองคEรัสกับโมเสสว่า `เราประสงคEะกรุณาผู้ใด เราก็จะกรุณาผู้นั้น และเราประสงคEะเมตตาผู้ใด เราก็จะเมตตาผู้นั้น'

16

เพราะฉะนั้นจึงไม่ขึ้นแก่ความตั้งใจหรือการตะเกียกตะกายของเขา แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าผู้ทรงสำแดงพระกรุณา

17

เพราะมีข้อพระคัมภีรEี่กล่าวแก่ฟาโรหE่า `เพราะเหตุนี้เองเราให้เจ้ามีตำแหน่งสูง ก็เพื่อจะแสดงฤทธานุภาพของเราโดยเจ้าและเพื่อให้นามของเราถูกประกาศออกไปทั่วโลก'

18

เหตุฉะนั้นพระองคEะทรงพระกรุณาแก่ผู้ใด ก็จะทรงพระกรุณาผู้นั้น และพระองคEะทรงให้ผู้ใดมีใจแข็งกระด้าง ก็จะทรงให้ผู้นั้นมีใจแข็งกระด้าง

19

แล้วท่านก็จะกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า "ถ้าเช่นนั้น ทำไมพระองคEึงยังทรงติเตียน เพราะว่าผู้ใดจะขัดขืนพระทัยของพระองคEดE

20

โอ มนุษยEอE ดูก่อน ท่านคือผู้ใดเล่าซึ่งท่านจะโต้ตอบกับพระเจ้าไดEสิ่งซึ่งถูกทำขึ้นแล้วนั้นจะกลับว่าแก่ผู้ทำได้หรือว่า "ท่านได้กระทำข้าพเจ้าอย่างนี้ทำไม"

21

ส่วนช่างปั้นหม้อ ไม่มีสิทธิEี่จะเอาดินก้อนเดียวกันมาปั้นเป็นภาชนะอันมีเกียรติอันหนึ่ง และภาชนะอันไม่มีเกียรติอันหนึ่งหรือ

22

แล้วถ้าโดยทรงประสงคEะสำแดงการลงพระอาชญา และทรงให้ฤทธิEดชของพระองคEรากฏ พระเจ้าได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ช้านานต่อผู้เหล่านั้น ที่เป็นภาชนะอันสมควรแก่พระอาชญา ซึ่งเตรียมไว้สำหรับความพินาศ

23

เพื่อจะได้ทรงสำแดงสง่าราศีอันอุดมของพระองคEก่บรรดาผู้ที่เป็นภาชนะแห่งพระเมตตา ซึ่งพระองคEด้ทรงจัดเตรียมไว้ก่อนให้สมกับสง่าราศี

24

คือเราทั้งหลายที่พระองคEด้ทรงเรียกมาแล้ว มิใช่จากยิวพวกเดียว แต่จากพวกต่างชาติด้วย

25

ดังที่พระองคEรัสไว้ในพระคัมภีรEฮเชยาว่า `เราจะเรียกเขาเหล่านั้นว่าเป็นชนชาติของเรา ซึ่งเมื่อก่อนเขาหาได้เป็นชนชาติของเราไมEและจะเรียกเขาว่าเป็นที่รัก ซึ่งเมื่อก่อนเขาหาได้เป็นที่รักไมEP>

26

และต่อมาในสถานที่ซึ่งทรงกล่าวแก่เขาว่า "เจ้าทั้งหลายไม่ใช่ชนชาติของเรา" ในที่นั้นเองเขาจะได้ชื่อว่า เป็นบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนมEยูE

27

และท่านอิสยาหEด้ร้องประกาศเรื่องพวกอิสราเอลด้วยว่า `แม้พวกลูกอิสราเอลจะมากเหมือนเม็ดทรายที่ทะเล แต่คนที่เหลืออยู่เท่านั้นจะรอด

28

ด้วยว่าพระองคEะทรงให้การนั้นสำเร็จ และจะให้สำเร็จโดยเร็วพลันในความชอบธรรม เพราะว่าองคEระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้การนั้นสำเร็จโดยเร็วพลันบนพิภพนีE

29

และตามที่ท่านอิสยาหEด้กล่าวไว้ก่อนว่า `ถ้าองคEระผู้เป็นเจ้าแห่งจอมโยธามิได้ทรงเหลือเชื้อสายไว้ให้เราบ้าง เราก็จะได้เป็นเหมือนเมืองโสโดม และจะเป็นเหมือนเมืองโกโมราหE

30

ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร จะว่าพวกต่างชาติที่ไม่ได้ใฝ่หาความชอบธรรม ก็ยังได้รับความชอบธรรมคือความชอบธรรมที่เกิดขึ้นโดยความเชื่อ

31

แต่พวกอิสราเอลซึ่งใฝ่หาพระราชบัญญัติแห่งความชอบธรรม ก็ยังไม่ได้บรรลุตามพระราชบัญญัติแห่งความชอบธรรมนั้น

32

เพราะอะไร เพราะเหตุที่เขามิได้แสวงหาโดยความเชื่อแต่แสวงหาโดยการประพฤติตามพระราชบัญญัติ เขาจึงสะดุดก้อนหินที่ให้สะดุดนั้น

33

ดังที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า `จงดูเถิด เราได้วางศิลาก้อนหนึ่งไว้ในศิโยนซึ่งจะทำให้สะดุด และหินก้อนหนึ่งซึ่งจะทำให้ล้ม แต่ผู้ใดที่เชื่อในพระองคEั้นก็จะไม่ได้รับความอับอาย'

โรม / Romans 10

© 2003 Philip Pope
The Thai Bible source text is by Philip Pope, and was formatted to HTML by johnhurt.com